คอร์สธรีซาวด์ (Three Sounds Course)
สร้างความสำเร็จในชีวิต พัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วยทฤษฎีธรีซาวด์ เพราะคุณจะสำเร็จได้ด้วยพลังในตัวของคุณเอง
สร้างพลังกาย พลังใจ พลังการพูด ในการทำงาน ให้ประสบความสำเร็จ ด้วยทฤษฎีธรีซาวด์
จากแนวคิดที่ว่า "การพูดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์" เพราะมนุษย์ใช้การพูดในการติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา และการติดต่อเรื่องต่างๆ นั้น จะประสบความสำเร็จมากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการพูดนั่นเอง และ จากการเปิดอบรมการพูด ของ มูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต ด้วย ทฤษฎีธรีซาวด์ (Three Sound Theory) ซึ่งเป็นผลงานการค้นคว้าวิจัยของ ร้อยเอก ศ.ดร.จิตรจำนงค์ สุภาพ ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันการพูดแบบการทูต เป็นทฤษฎีที่มีพื้นฐานมาจาก หลักสัจจธรรม (Ultimate Thruth) ที่ว่าด้วยเรื่องกรรม (หมายถึงการกระทำ Action) ของมนุษย์
ซึ่งมีอยู่ 3 ทาง คือ
1. มโนกรรม (ทางใจ Mind Action)
2. กายกรรม (ทางกาย Bodily Action)
3. วจีกรรม (ทางวาจา Verbal Action)
หมายความว่า มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาและยังมีชีวิตอยู่ จะมีกรรม (การกระทำ)
อยู่ 3 ทาง ซึ่งผิดกับสัตว์โลกชนิดอื่นๆ คือ มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด สติปัญญา มีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวร่างกายและมีการสื่อสารความหมายกันด้วยการพูด
นอกจากนี้ มนุษย์ยังเป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่สามารถพัฒนากรรมทั้ง 3 ประการดังกล่าวได้ดีกว่า หรือเหนือกว่า สัตว์โลกชนิดอื่น จึงทำให้มนุษย์มีวิวัฒนาการที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่า และรวดเร็วกว่า
ไม่ว่า
ความเจริญหรือความเสื่อม
ความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ความสุขหรือความทุกข์
ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก
ย่อมขึ้นอยู่กับกรรม 3 ประการเท่านั้น ดังคำสอน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า "กรรมจำแนกสัตว์
." มนุษย์ ผู้ประสบความสำเร็จ คือ ผู้ที่ถึงพร้อมด้วยกรรม ทั้ง 3 ประการ คือ มโนกรรม กายกรรมและวจีกรรมที่ดีนั่นเอง และมนุษย์ทุกคนก็มีความปรารถนาที่จะพัฒนากรรมทั้ง 3 ของตนให้สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้ จึงได้คิดค้นหลักการ หรือทฤษฎีขึ้นมาตอบสนอง
พัฒนาอย่างไร
ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าระดับชาติหรือระดับหน่วยงานธุรกิจ ส่วนใหญ่มักจะพัฒนาในลักษณะการกระทำ หรือทำนองเดียวกันเกือบทั้งนั้น คือ มุ่งให้มีสติปัญญาดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งเท่ากับมุ่งพัฒนาเพียง 2 ประการ
คือ พัฒนา ทางมโนกรรม และกายกรรมเท่านั้น ส่วนทางวจีกรรม มักจะไม่ได้รับความสนใจที่จะพัฒนากันเลย หรือแม้ว่า จะมีอยู่บ้าง ก็น้อยเต็มที ทั้งๆ ที่บทบาทของวจีกรรม มีความสำคัญ และจำเป็นไม่น้อยไปกว่ามโนกรรม และกายกรรม ซึ่งไม่ว่าปราชญ์หรือศาสดายุคใด หรือชนชาติใด ต่างยอมรับกันว่าการพูด "วจีกรรม" เป็นเอกหรือเป็นหนึ่งทั้งนั้น
จากจุดอ่อนดังกล่าว สถาบันการพูดแบบการทูต จึงได้ทุ่มเททำการค้นคว้าวิจัย วิธีพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างถูกต้อง และสมบูรณ์มาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี จากพฤติกรรมของบุคคลต่างๆ ที่มีวุฒิการศึกษา สาขาอาชีพ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน และทุกเพศ ทุกวัย จำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคน จนค้นพบ "ทฤษฎีธรีซาวด์" (Three Sound Theory)
เนื้อหาวิชาการในหลักสูตรทฤษฎีธรีซาวด์
ดังที่กล่าวมาแล้วว่าหลักสูตรการอบรมจะพัฒนา 3 ส่วนด้วยกัน ดังนั้นวิชาการในหลักสูตรจึงแบ่งออกเป็น 3 สาขาใหญ่ๆ คือ
1. สาขา SOUND MIND
ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาใจ มี 1 วิชา คือ
สัจธรรมและกระบวนการความคิด (THRUTH AND THINKING PROCEDURE) เป็นวิชาที่เน้นให้เห็นถึง หลักการในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข และกระบวนการวิธีคิดอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จ
2. สาขา SOUND BODY
ว่าด้วยการพัฒนาบุคลิกภาพ มี 1 วิชา คือ
วิชาอวัจนสาร (NON VERBAL COMMUNICATION) เป็นวิชาการ ที่เน้นให้เห็นถึงอิทธิพลในการสื่อสารทางภาษาร่างกาย หรือภาษาเงียบ (SILENT LANGUAGE) ไม่ว่าจะเป็น การยืน การนั่ง รวมถึงสิ่งที่เรียกว่า บุคลิกภาพภายนอกและบุคลิกภาพภายใน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือศรัทธาให้เกิดในใจผู้ ที่ได้พบเห็น
3. สาขา SOUND SPEECH
เป็นสาขาที่ว่าด้วยเรื่องของ การพัฒนาให้มีศิลปะและเทคนิคในการสร้างความสำเร็จ ด้วยการพูด มีทั้งสิ้น 5 วิชาคือ
3.1 หลักการพูดเบื้องต้น (BASIC SPEECH)
เป็นหลักเพื่อสร้างความสำเร็จในการพูดเพื่อการติดต่อสื่อสาร การทำงาน และการพูดในที่ชุมชน
ื
3.2 หลักการพูดระดับสูง (ADVANCED SPEECH)
เป็นขั้นก้าวหน้าสูง เล็งผลในความสำเร็จมากขึ้น ด้วยศักยภาพขั้นสูงในลักษณะของนามธรรม
3.3 หลักการพูดแบบการทูต (DIPLOMATIC PEECH)
เป็นศิลปะในการเจรจาต่อรองในลักษณะทางการทูต ทำอย่างไรจึงจะเจรจาแบบสร้างมิตร ไม่ก่อศัตรู
3.4 การใช้พลังคำพูด (WORD POWER)
เป็นศิลปะในการใช้ถ้อยคำให้มีพลัง
3.5 สุนทรพจน์แบบพิเศษ (ORATION)
เป็นการเรียนรู้ถึงลักษณะการพูดในขั้นโน้มน้าวใจ และยกระดับจิตใจผู้ฟังให้สูงขึ้น ด้วยการพูดเพียงไม่กี่นาที เป็นการพูดขั้นสูงกว่าการพูด SPEECH ทั่วไป ที่เรียกว่าการพูดในโอกาสต่างๆ
เปิดรับผู้สนใจแล้ว วันนี้
เพียง 30 คน ต่อเดือนเท่านั้น